ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

คำนวณต้นทุนและความเสี่ยง

คำนวณขนาดสถานะจากความเสี่ยงยังไง?

คำตอบสั้น ๆ

เริ่มจากถามว่า ไม้นี้ยอมเสียได้กี่บาท แล้วค่อยคำนวณย้อนกลับมาว่าเปิดได้กี่ lot ไม่ใช่เลือกขนาด lot ก่อนแล้วค่อยดูว่าจะเสียเท่าไร สูตรคือ เงินที่ยอมเสีย หารด้วย (ระยะ stop loss × contract size) ลำดับการคิดแบบนี้ทำให้ขนาดสถานะมาจากความเสี่ยงที่รับได้ ไม่ได้มาจากความอยากได้กำไร

เขียนโดย ทีมเนื้อหา Stocker Dayเผยแพร่ อ่าน 5 นาที
ภาพประกอบสัดส่วนความเสี่ยงเล็ก ๆ ของพอร์ตทั้งก้อน

ลำดับการคิดสำคัญกว่าสูตร

คนส่วนใหญ่เริ่มจาก “จะเปิดกี่ lot ดี” แล้วค่อยดูว่าถ้าผิดทางจะเสียเท่าไร ลำดับนี้ทำให้ขนาดสถานะถูกกำหนดโดยความอยากได้กำไร ลำดับที่ปลอดภัยกว่าคือกลับด้าน

  1. ตัดสินก่อนว่ายอมเสียได้เท่าไรต่อไม้ โดยคิดเป็นสัดส่วนของพอร์ต ไม่ใช่ตัวเลขที่นึกขึ้นมาลอย ๆ
  2. วางจุด stop loss ตามโครงสร้างราคา ไม่ใช่ตามจำนวนเงินที่อยากเสีย
  3. คำนวณขนาด lot จากสองข้อบน
  4. ถ้าได้ขนาดที่เล็กกว่าที่เปิดได้ ให้ลดขนาดหรือข้ามไม้นั้น ไม่ใช่ขยับ stop loss ให้แคบลง

สูตร

ขนาด Lot จากความเสี่ยง

Lot = เงินที่ยอมเสีย ÷ (ระยะ SL × Contract Size)

เงินที่ยอมเสีย
— เงินทุน × เปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงต่อไม้
ระยะ SL
— ระยะจากราคาเข้าถึงจุด stop loss คิดเป็นดอลลาร์ต่อออนซ์
Contract Size
— จำนวนออนซ์ต่อ 1 lot ตามที่โบรกเกอร์กำหนด

ตัวอย่างทีละขั้น

เงินทุน
1,000 ดอลลาร์ (ตัวเลขสมมติ)
ยอมเสียต่อไม้ 1%
10 ดอลลาร์
จุดเข้า / จุด SL
2,000 / 1,995 → ระยะ 5 ดอลลาร์ต่อออนซ์
Contract size
100 ounce ต่อ lot
คำนวณ
10 ÷ (5 × 100) = 0.02 lot

ตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายวิธีคิด ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

ระยะ SL เปลี่ยน ขนาดต้องเปลี่ยนตาม

ระยะ Stop Lossขนาด Lot ที่ได้ขาดทุนถ้าโดน SL
2 USD/oz0.0510 ดอลลาร์
5 USD/oz0.0210 ดอลลาร์
10 USD/oz0.0110 ดอลลาร์
ความเสี่ยงต่อไม้คงที่ 10 ดอลลาร์ contract size 100 (ตัวเลขสมมติ)

นี่คือหัวใจของเรื่องนี้ — ไม่ว่าจะวาง stop loss ไกลแค่ไหน ขาดทุนต่อไม้ก็เท่าเดิม เพราะขนาด lot ถูกปรับให้ชดเชยกันเสมอ

ควรระวัง

ตัวเลขที่คำนวณได้เป็นความเสี่ยงตามทฤษฎี ในความเป็นจริง slippage และช่องว่างราคาอาจทำให้ขาดทุนจริงมากกว่าที่ตั้งไว้ โดยเฉพาะช่วงข่าวแรงหรือตอนตลาดเปิด ควรเผื่อส่วนนี้ไว้ตั้งแต่วางแผน

ทำให้เป็นนิสัย

คำนวณขนาด lot ก่อนกดเปิดทุกไม้ ไม่มีข้อยกเว้น ถ้ารู้สึกว่าเสียเวลา นั่นคือสัญญาณว่ากำลังจะเปิดไม้ที่ยังไม่ได้วางแผน ซึ่งเป็นไม้ประเภทที่ควรข้ามมากที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

ควรเสี่ยงกี่เปอร์เซ็นต์ต่อไม้

ไม่มีตัวเลขที่ถูกต้องสำหรับทุกคน เพราะขึ้นกับความถี่ในการเทรด ความผันผวนที่รับได้ และแผนการจัดการเงินของแต่ละคน สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลขคือการใช้ตัวเลขเดิมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เก็บสถิติของตัวเองได้

ถ้าคำนวณแล้วได้ขนาดที่เล็กกว่าที่เปิดได้

แปลว่าไม้นั้นเสี่ยงเกินกว่าที่พอร์ตขนาดนี้รับได้ ทางเลือกคือหาจุดเข้าที่ทำให้ระยะ stop loss สั้นลงตามโครงสร้างจริง หรือข้ามไม้นั้นไป การขยับ stop loss ให้แคบลงเพื่อให้เปิดได้ตามที่อยากเป็นทางที่แย่ที่สุด

อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้อง

  • ภาพประกอบความสัมพันธ์ระหว่างขนาด lot กับความเสี่ยง

    คำนวณต้นทุนและความเสี่ยง

    Lot Size คืออะไร?

    Lot Size คือ หน่วยบอกขนาดสถานะที่เปิด ไม่ใช่จำนวนเงิน สำหรับ XAUUSD ที่ contract size เท่ากับ 100 ounce ต่อ 1 lot การเปิด 1 lot หมายถึงถือทองเทียบเท่า 100 ounce ขนาด lot จึงเป็นตัวกำหนดว่าราคาที่ขยับ 1 ดอลลาร์ จะกลายเป็นกำไรหรือขาดทุนกี่ดอลลาร์

    อ่าน 4 นาที

  • ภาพประกอบเงินก้อนเล็กที่ค้ำสถานะก้อนใหญ่

    คำนวณต้นทุนและความเสี่ยง

    Margin กับ Leverage คืออะไร?

    Leverage คืออัตราทดที่ทำให้คุณเปิดสถานะมูลค่าสูงกว่าเงินที่มี ส่วน Margin คือ เงินที่ถูกกันไว้เป็นหลักประกันระหว่างที่ถือสถานะนั้น สองคำนี้เป็นคนละด้านของเรื่องเดียวกัน และที่สำคัญคือ leverage ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงด้วยตัวมันเอง สิ่งที่เพิ่มความเสี่ยงคือขนาด lot ที่คุณเลือกเปิด

    อ่าน 5 นาที

  • ภาพประกอบการวางจุดตัดขาดทุนและจุดทำกำไรบนกราฟ

    กลยุทธ์และการวิเคราะห์

    ตั้ง Stop Loss กับ Take Profit ยังไง?

    ตั้งจาก จุดที่ทำให้เหตุผลในการเข้าไม้นั้นใช้ไม่ได้แล้ว ไม่ใช่จากจำนวนเงินที่ยอมเสีย ถ้าคุณเข้าเพราะราคายืนเหนือแนวรับ Stop Loss ควรอยู่ใต้แนวนั้นพอที่จะไม่โดนสะกิด ส่วน Take Profit ตั้งที่ระดับซึ่งราคามีเหตุผลจะชะลอจริง เมื่อได้ระยะทั้งสองแล้วจึงค่อยคำนวณขนาด lot ให้ความเสี่ยงพอดีกับที่รับได้ — ลำดับนี้ห้ามสลับ

    อ่าน 7 นาที

  • ภาพประกอบจุดตัดขาดทุนเทียบกับราคาที่ใช้ปิดสถานะ

    แก้ปัญหาการเทรด

    ทำไม Stop Loss โดนทั้งที่กราฟดูเหมือนยังไม่ถึง?

    ขึ้นกับว่าคุณเปิดฝั่งไหน ถ้าเปิด Sell กราฟวาดจากราคา Bid แต่สถานะถูกปิดด้วย Ask ซึ่งสูงกว่าเท่ากับสเปรด Ask จึงแตะ SL ได้ขณะที่เส้นกราฟยังไม่ขึ้นไปถึง ถ้าเปิด Buy สถานะถูกปิดด้วย Bid ซึ่งเป็นเส้นเดียวกับที่คุณมองอยู่ จึงไม่มีความเหลื่อมจากสเปรด กรณีนั้นสาเหตุมักเป็นสเปรดที่ขยายจนราคา Bid ดิ่งลงชั่วขณะ slippage หรือช่องว่างราคา

    อ่าน 7 นาที

แหล่งข้อมูล

  1. 1.CME Group — MetalsCME Group · เข้าถึง 9 กันยายน 2569
  2. 2.MetaTrader 5 — HelpMetaQuotes · เข้าถึง 9 กันยายน 2569