ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

คำนวณต้นทุนและความเสี่ยง

ทำไม Spread ทองกว้าง?

คำตอบสั้น ๆ

Spread คือส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ (Ask) กับราคาขาย (Bid) ซึ่งสะท้อนต้นทุนและความเสี่ยงของผู้เสนอราคา ทองมักมีสเปรดกว้างกว่าคู่เงินหลักเพราะ ราคาผันผวนแรงกว่า สภาพคล่องกระจายตัวมากกว่า และความเสี่ยงของผู้ดูแลสภาพคล่องสูงกว่า สเปรดจะกว้างขึ้นอีกในช่วงข่าวแรง ช่วงตลาดเพิ่งเปิด และช่วงสภาพคล่องบาง

เขียนโดย ทีมเนื้อหา Stocker Dayเผยแพร่ อ่าน 5 นาที
ภาพประกอบส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขาย

Spread คืออะไรกันแน่

ทุกครั้งที่เปิดแพลตฟอร์ม คุณจะเห็นราคาสองตัวเสมอ ราคาที่คุณซื้อได้เรียกว่า Ask และราคาที่คุณขายได้เรียกว่า Bid ส่วนต่างระหว่างสองราคานี้คือ spread และมันคือต้นทุนที่เกิดขึ้นทันทีเมื่อเปิดสถานะ

สเปรดกินกำไรอย่างไร

Bid / Ask
2000.00 / 2000.30 (ตัวเลขสมมติ)
สเปรด
0.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์
เปิดซื้อที่ Ask
2000.30
ถ้าปิดทันทีที่ Bid
2000.00
ผลลัพธ์
ติดลบ 0.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งที่ราคายังไม่ขยับ

ตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายวิธีคิด ไม่ใช่ราคาหรืออัตราแลกเปลี่ยนจริง

อะไรทำให้สเปรดทองกว้างกว่าคู่เงิน

  1. ความผันผวนสูงกว่า — ผู้เสนอราคาต้องเผื่อความเสี่ยงที่ราคาจะวิ่งหนีระหว่างที่ถือสถานะไว้
  2. สภาพคล่องกระจาย — ทองซื้อขายแบบ OTC หลายศูนย์กลาง ไม่ได้รวมศูนย์เหมือนหุ้น
  3. ต้นทุนป้องกันความเสี่ยง — ผู้ดูแลสภาพคล่องต้องปิดความเสี่ยงของตัวเองในตลาดจริง ซึ่งมีต้นทุน
  4. ช่วงเวลา — สภาพคล่องบางช่วงบางกว่าช่วงอื่นอย่างชัดเจน

ช่วงที่สเปรดมักขยาย

  • ไม่กี่วินาทีก่อนและหลังตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญประกาศ
  • ช่วงตลาดเปิดวันจันทร์และช่วงใกล้ปิดวันศุกร์
  • ช่วงรอยต่อระหว่างวันเทรดที่โบรกเกอร์คิด swap
  • วันหยุดสากลที่ผู้เล่นหลักไม่อยู่ในตลาด

สิ่งที่ทำได้จริง

ถ้ากลยุทธ์ของคุณกินระยะสั้นมาก สเปรดจะกลายเป็นสัดส่วนใหญ่ของต้นทุน ลองวัดว่าสเปรดเฉลี่ยคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของระยะเป้าหมาย ถ้าเกินราว ๆ 10–20% กลยุทธ์นั้นอาจต้องขยายเป้าหมายหรือเปลี่ยนช่วงเวลาเทรด

ควรระวัง

ตัวเลขสเปรดที่โฆษณาว่า “เริ่มต้นที่ …” คือค่าต่ำสุดที่เคยเกิดขึ้น ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยที่คุณจะเจอ ควรเปิดบัญชีทดลองแล้ววัดสเปรดจริงในช่วงเวลาที่คุณเทรดจริงด้วยตัวเอง

คำถามที่พบบ่อย

สเปรดทองปกติควรกว้างเท่าไร?

ไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกที่ เพราะขึ้นกับประเภทบัญชี โบรกเกอร์ และสภาวะตลาดขณะนั้น วิธีที่ใช้ได้จริงคือสังเกตสเปรดของบัญชีตัวเองในช่วงตลาดปกติไว้เป็นฐาน แล้วเทียบกับช่วงอื่นจากฐานนั้น

บัญชีสเปรดต่ำคุ้มกว่าไหม?

ต้องดูรวมกับค่าคอมมิชชัน บัญชีที่สเปรดแคบมักเก็บคอมมิชชันแทน การเทียบที่ถูกต้องคือรวมต้นทุนทั้งสองส่วนต่อการเทรดหนึ่งรอบ ไม่ใช่ดูสเปรดอย่างเดียว

สเปรดกว้างขึ้นตอนข่าว โบรกเกอร์ตั้งใจหรือเปล่า?

การขยายของสเปรดช่วงข่าวเกิดจากความไม่แน่นอนของราคาและสภาพคล่องที่บางลงชั่วขณะ ซึ่งเกิดขึ้นในตลาดโดยรวม ไม่ใช่เฉพาะเจ้าใดเจ้าหนึ่ง สิ่งที่ควรเทียบระหว่างโบรกเกอร์คือสเปรดในสภาวะเดียวกันกว้างต่างกันแค่ไหน

อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้อง

  • ภาพประกอบราคาสองฝั่งบนแพลตฟอร์มเทรด

    พื้นฐานทอง XAUUSD

    Bid กับ Ask คืออะไร?

    Bid คือราคาที่คุณ ขายได้ ส่วน Ask คือราคาที่คุณ ซื้อได้ โดย Ask สูงกว่า Bid เสมอ กติกาที่จำง่ายที่สุดคือ คุณได้ราคาที่แย่กว่าในทั้งสองทางเสมอ ตอนเปิดสถานะซื้อใช้ Ask ตอนปิดสถานะซื้อใช้ Bid ความเข้าใจข้อนี้อธิบายทั้งตัวเลขติดลบตอนเปิด และการที่ Stop Loss โดนทั้งที่กราฟยังไม่ถึง

    อ่าน 5 นาที

  • ภาพประกอบเส้นทางของคำสั่ง จากปุ่ม Buy และ Sell บนหน้าจอ ผ่านเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์และผู้ให้สภาพคล่อง ไปจบที่ราคาที่ได้จริงบนกราฟแท่งเทียน

    แก้ปัญหาการเทรด

    Execution คืออะไร?

    Execution คือ ขั้นตอนที่คำสั่งของคุณถูกจับคู่กับราคาจริงในตลาด ระหว่างที่คุณกดกับที่ได้ราคามีหลายอย่างเกิดขึ้น และราคาที่ได้อาจไม่ตรงกับที่เห็นตอนกด ไม่ใช่เพราะระบบผิดพลาด แต่เพราะราคาที่เห็นเป็นราคาล่าสุดที่ส่งมาถึงจอ ไม่ใช่คำมั่นว่าจะได้ราคานั้น

    อ่าน 4 นาที

  • ภาพประกอบหน่วยวัดการเคลื่อนไหวของราคา

    คำนวณต้นทุนและความเสี่ยง

    Pip และ Point ของทองต่างกันอย่างไร?

    Point คือการขยับของราคาหนึ่งหน่วยที่ตำแหน่งทศนิยมสุดท้ายที่แพลตฟอร์มแสดง ส่วน Pip เป็นคำที่ยืมมาจากตลาดค่าเงินและไม่มีนิยามมาตรฐานเดียวสำหรับทอง ผู้ให้บริการแต่ละรายจึงนับไม่เหมือนกัน วิธีที่ปลอดภัยคือดูว่าราคาทองในแพลตฟอร์มของคุณแสดงทศนิยมกี่ตำแหน่ง แล้ว คิดทุกอย่างกลับเป็น “ดอลลาร์ต่อออนซ์” เสมอ

    อ่าน 5 นาที

  • ภาพประกอบส่วนต่างระหว่างราคาที่คาดหวังกับราคาที่ได้จริง

    แก้ปัญหาการเทรด

    Slippage คืออะไร?

    Slippage คือ ส่วนต่างระหว่างราคาที่คุณคาดว่าจะได้ กับราคาที่คำสั่งถูกดำเนินการจริง เกิดขึ้นเมื่อราคาเคลื่อนไหวเร็วหรือสภาพคล่องที่ระดับราคานั้นไม่พอ ทำให้คำสั่งถูกจับคู่ที่ราคาถัดไปที่มีอยู่จริง Slippage เกิดได้ทั้งในทางที่เสียเปรียบและได้เปรียบ

    อ่าน 5 นาที

แหล่งข้อมูล

  1. 1.London Bullion Market AssociationLBMA · เข้าถึง 9 กันยายน 2569
  2. 2.MetaTrader 5 — HelpMetaQuotes · เข้าถึง 9 กันยายน 2569