ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

คำนวณต้นทุนและความเสี่ยง

Pip และ Point ของทองต่างกันอย่างไร?

คำตอบสั้น ๆ

Point คือการขยับของราคาหนึ่งหน่วยที่ตำแหน่งทศนิยมสุดท้ายที่แพลตฟอร์มแสดง ส่วน Pip เป็นคำที่ยืมมาจากตลาดค่าเงินและไม่มีนิยามมาตรฐานเดียวสำหรับทอง ผู้ให้บริการแต่ละรายจึงนับไม่เหมือนกัน วิธีที่ปลอดภัยคือดูว่าราคาทองในแพลตฟอร์มของคุณแสดงทศนิยมกี่ตำแหน่ง แล้ว คิดทุกอย่างกลับเป็น “ดอลลาร์ต่อออนซ์” เสมอ

เขียนโดย ทีมเนื้อหา Stocker Dayเผยแพร่ อ่าน 5 นาที
ภาพประกอบหน่วยวัดการเคลื่อนไหวของราคา

ทำไมเรื่องนี้ถึงสับสน

คำว่า pip เกิดมาจากตลาดค่าเงิน ที่ซึ่ง 1 pip มีนิยามชัดเจน เช่น ทศนิยมตำแหน่งที่ 4 ของ EURUSD แต่ทองไม่ใช่คู่เงิน จึงไม่มีข้อตกลงสากลว่า 1 pip ของทองเท่ากับเท่าไร ผู้ให้บริการแต่ละรายเลยนิยามกันเอง

ราคาแสดงเป็น1 point เท่ากับบางแหล่งเรียก 1 pip ว่า
2000.00 (ทศนิยม 2 ตำแหน่ง)0.01 ดอลลาร์0.10 หรือ 1.00 ดอลลาร์ แล้วแต่นิยาม
2000.000 (ทศนิยม 3 ตำแหน่ง)0.001 ดอลลาร์0.01 หรือ 0.10 ดอลลาร์ แล้วแต่นิยาม
ตัวอย่างวิธีนับที่พบได้ (ตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ต้องยืนยันกับแพลตฟอร์มของคุณเอง)

วิธีคิดที่ไม่มีทางผิด

  1. เปิดหน้ารายละเอียดสัญลักษณ์ในแพลตฟอร์ม ดูว่าราคาทองแสดงทศนิยมกี่ตำแหน่ง
  2. แปลงระยะที่สนใจให้เป็น ดอลลาร์ต่อออนซ์ เช่น จาก 2000.00 ไป 2001.00 คือ 1 ดอลลาร์
  3. คูณด้วย contract size และ lot เพื่อให้ได้กำไรขาดทุนจริง
  4. ถ้าต้องสื่อสารกับคนอื่น ให้บอกเป็นดอลลาร์เสมอ แทนที่จะบอกเป็นจำนวน pip

แปลง “100 จุด” ให้เป็นเงิน

แพลตฟอร์มแสดงทศนิยม
2 ตำแหน่ง ดังนั้น 1 point = 0.01 ดอลลาร์
100 point
100 × 0.01 = 1.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์
เปิด 0.01 lot (100 ounce/lot)
exposure = 1 ounce
ผลลัพธ์
≈ 1 ดอลลาร์

ตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายวิธีคิด ไม่ใช่ราคาหรืออัตราแลกเปลี่ยนจริง

ควรระวัง

อย่านำจำนวน pip จากคู่เงินมาเทียบกับทองตรง ๆ ระยะที่ถือว่ากว้างสำหรับ EURUSD อาจเป็นระยะที่แคบมากสำหรับทอง เพราะสองตลาดนี้เคลื่อนไหวคนละสเกล

คำถามที่พบบ่อย

ทองขยับ 1 pip คือกี่ดอลลาร์?

ตอบเป็นตัวเลขเดียวไม่ได้ เพราะแต่ละผู้ให้บริการนิยาม pip ของทองไม่เหมือนกัน ให้ดูว่าแพลตฟอร์มของคุณแสดงทศนิยมกี่ตำแหน่ง แล้วคิดกลับเป็นดอลลาร์ต่อออนซ์ จะได้ตัวเลขที่ถูกต้องเสมอ

ทำไมโบรกเกอร์แต่ละเจ้านับ pip ทองไม่เท่ากัน?

เพราะ pip เป็นคำที่ยืมมาจากตลาดค่าเงินซึ่งมีนิยามชัดเจนสำหรับคู่เงิน แต่ไม่เคยมีมาตรฐานกลางสำหรับทอง แต่ละเจ้าจึงกำหนดเองว่าจะนับที่ทศนิยมตำแหน่งไหน

ตั้ง Stop Loss ควรคิดเป็น pip หรือเป็นดอลลาร์?

คิดเป็นดอลลาร์ต่อออนซ์จะปลอดภัยกว่า เพราะเป็นหน่วยที่ไม่เปลี่ยนความหมายเมื่อย้ายโบรกเกอร์ ส่วน pip อาจหมายถึงคนละระยะเมื่อเปลี่ยนแพลตฟอร์ม

อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้อง

  • ภาพประกอบการคำนวณกำไรขาดทุนต่อขนาด lot

    คำนวณต้นทุนและความเสี่ยง

    0.01 Lot ทอง ได้กำไรกี่บาท?

    สำหรับ XAUUSD หาก contract size คือ 100 ounce ต่อ 1 Lot การเปิด 0.01 Lot จะเท่ากับ exposure ประมาณ 1 ounce ดังนั้นหากราคาทองเคลื่อนที่ 1 ดอลลาร์ กำไรหรือขาดทุนจะอยู่ประมาณ 1 ดอลลาร์ ก่อนพิจารณา spread, commission และค่าใช้จ่ายอื่น

    อ่าน 4 นาที

  • ภาพประกอบความสัมพันธ์ระหว่างขนาด lot กับความเสี่ยง

    คำนวณต้นทุนและความเสี่ยง

    Lot Size คืออะไร?

    Lot Size คือ หน่วยบอกขนาดสถานะที่เปิด ไม่ใช่จำนวนเงิน สำหรับ XAUUSD ที่ contract size เท่ากับ 100 ounce ต่อ 1 lot การเปิด 1 lot หมายถึงถือทองเทียบเท่า 100 ounce ขนาด lot จึงเป็นตัวกำหนดว่าราคาที่ขยับ 1 ดอลลาร์ จะกลายเป็นกำไรหรือขาดทุนกี่ดอลลาร์

    อ่าน 4 นาที

  • ภาพประกอบส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขาย

    คำนวณต้นทุนและความเสี่ยง

    ทำไม Spread ทองกว้าง?

    Spread คือส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ (Ask) กับราคาขาย (Bid) ซึ่งสะท้อนต้นทุนและความเสี่ยงของผู้เสนอราคา ทองมักมีสเปรดกว้างกว่าคู่เงินหลักเพราะ ราคาผันผวนแรงกว่า สภาพคล่องกระจายตัวมากกว่า และความเสี่ยงของผู้ดูแลสภาพคล่องสูงกว่า สเปรดจะกว้างขึ้นอีกในช่วงข่าวแรง ช่วงตลาดเพิ่งเปิด และช่วงสภาพคล่องบาง

    อ่าน 5 นาที

  • ภาพประกอบสัดส่วนความเสี่ยงเล็ก ๆ ของพอร์ตทั้งก้อน

    คำนวณต้นทุนและความเสี่ยง

    คำนวณขนาดสถานะจากความเสี่ยงยังไง?

    เริ่มจากถามว่า ไม้นี้ยอมเสียได้กี่บาท แล้วค่อยคำนวณย้อนกลับมาว่าเปิดได้กี่ lot ไม่ใช่เลือกขนาด lot ก่อนแล้วค่อยดูว่าจะเสียเท่าไร สูตรคือ เงินที่ยอมเสีย หารด้วย (ระยะ stop loss × contract size) ลำดับการคิดแบบนี้ทำให้ขนาดสถานะมาจากความเสี่ยงที่รับได้ ไม่ได้มาจากความอยากได้กำไร

    อ่าน 5 นาที

แหล่งข้อมูล

  1. 1.MetaTrader 5 — HelpMetaQuotes · เข้าถึง 9 กันยายน 2569