ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

แก้ปัญหาการเทรด

ทำไมเปิด Buy แล้วติดลบทันที?

คำตอบสั้น ๆ

เพราะคุณซื้อที่ราคา Ask แต่แพลตฟอร์มวัดมูลค่าสถานะด้วยราคา Bid ซึ่งต่ำกว่าเสมอ ตัวเลขติดลบที่เห็นตอนเปิดจึงคือ ต้นทุนของการเข้าและออกหนึ่งรอบ ไม่ใช่การขาดทุนจากราคาที่วิ่งสวน และไม่ใช่ความผิดพลาดของโบรกเกอร์ ยิ่งสเปรดกว้างตอนนั้น ตัวเลขติดลบเริ่มต้นก็ยิ่งมาก

เขียนโดย ทีมเนื้อหา Stocker Dayเผยแพร่ อ่าน 7 นาที
ภาพประกอบราคาซื้อกับราคาขายที่ห่างกัน ทำให้สถานะติดลบทันทีที่เปิด

คุณซื้อที่ราคาหนึ่ง แต่ถูกวัดมูลค่าด้วยอีกราคาหนึ่ง

ทองมีราคาสองตัวอยู่ตลอดเวลา ราคาที่คุณซื้อได้เรียกว่า Ask และราคาที่คุณขายได้เรียกว่า Bid โดย Ask จะสูงกว่า Bid เสมอ ส่วนต่างนี้คือ spread

เมื่อคุณกด Buy คุณเข้าที่ Ask แต่กำไรขาดทุนที่แพลตฟอร์มแสดงคือ “ถ้าปิดสถานะเดี๋ยวนี้จะได้เท่าไร” ซึ่งการปิดสถานะ Buy คือการขาย จึงถูกวัดด้วย Bid ตัวเลขจึงติดลบเท่ากับสเปรดตั้งแต่วินาทีแรก

ทำไมตัวเลขถึงเป็นลบตั้งแต่ต้น

Bid / Ask ขณะนั้น
2000.00 / 2000.30 (ตัวเลขสมมติเพื่ออธิบาย)
สเปรด
0.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์
คุณกด Buy จึงได้ที่
Ask = 2000.30
ระบบวัดมูลค่าด้วย
Bid = 2000.00
ผลต่างที่แสดง
−0.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งที่ราคายังไม่ขยับเลย

ราคาต้องวิ่งขึ้นอย่างน้อยเท่ากับสเปรด สถานะถึงจะกลับมาเสมอตัว นี่คือเหตุผลเดียวกับที่ Sell ก็ติดลบทันทีเช่นกัน เพียงแต่กลับด้าน

ถ้าบัญชีมีค่าคอมมิชชัน ตัวเลขจะติดลบมากกว่าสเปรด

บัญชีบางประเภทเสนอสเปรดแคบกว่าแลกกับการเก็บค่าคอมมิชชันต่อการเทรด ถ้าเป็นบัญชีแบบนั้น ตัวเลขติดลบตอนเปิดจะเท่ากับสเปรดบวกค่าคอมมิชชันขาเข้า และจะถูกหักขาออกอีกครั้งตอนปิด

  • สเปรด — เกิดขึ้นทันทีที่เปิด เห็นเป็นตัวเลขติดลบ
  • คอมมิชชัน — บางบัญชีเท่านั้น มักแสดงแยกช่องจากกำไรขาดทุน
  • Swap — ยังไม่เกิดตอนเปิด จะเริ่มคิดเมื่อถือข้ามคืน

ตัวเลขติดลบตอนเปิดบอกอะไร และไม่บอกอะไร

ตัวเลขนี้บอกว่าตัวเลขนี้ไม่ได้บอกว่า
ต้นทุนเข้า-ออกหนึ่งรอบของสถานะนี้ราคากำลังวิ่งสวนทางกับคุณ
สเปรดขณะที่คุณกดเข้าไปกว้างแค่ไหนคุณเข้าผิดจังหวะ
ระยะที่ราคาต้องวิ่งก่อนจะเสมอตัวโบรกเกอร์ทำอะไรกับคำสั่งของคุณ
อ่านตัวเลขติดลบตอนเปิดให้ถูกความหมาย

ถ้าวันไหนเปิดแล้วติดลบมากผิดปกติ สิ่งที่เปลี่ยนไปมักไม่ใช่ตัวคุณ แต่คือสเปรดในช่วงเวลานั้น ซึ่งกว้างขึ้นได้ในช่วงข่าวแรง ช่วงตลาดเพิ่งเปิด และช่วงที่สภาพคล่องบาง

แล้วทำอะไรได้บ้าง

  1. ดูสเปรดก่อนกด ไม่ใช่หลังกด แพลตฟอร์มแสดง Bid กับ Ask พร้อมกันอยู่แล้ว ส่วนต่างคือต้นทุนที่คุณกำลังจะจ่าย
  2. หลีกเลี่ยงนาทีที่สเปรดกว้างที่สุด โดยเฉพาะรอบประกาศตัวเลขเศรษฐกิจและช่วงตลาดเพิ่งเปิด
  3. เทียบต้นทุนกับเป้าหมายของไม้นั้น ถ้าตั้งเป้ากำไรไว้ใกล้กับสเปรดมาก แปลว่าต้นทุนกินสัดส่วนใหญ่ของแผน
  4. อย่าใช้ตัวเลขติดลบตอนเปิดเป็นสัญญาณตัดสินใจ มันไม่ได้บอกทิศทางราคา การปิดเพราะเห็นสีแดงคือการจ่ายต้นทุนรอบหนึ่งฟรี ๆ

ยิ่งเทรดถี่ ยิ่งจ่ายบ่อย

ต้นทุนนี้เกิดขึ้นทุกครั้งที่เปิดสถานะใหม่ ไม่ว่าไม้นั้นจะจบด้วยกำไรหรือขาดทุน คนที่เข้าออกวันละหลายสิบไม้จึงจ่ายสเปรดสะสมเป็นเงินก้อนใหญ่โดยที่ไม่เคยเห็นมันเป็นรายการเดียว

คำถามที่พบบ่อย

เปิด Sell แล้วติดลบทันทีด้วยไหม?

ใช่ ด้วยเหตุผลเดียวกันแต่กลับด้าน คุณขายที่ Bid แล้วถูกวัดมูลค่าด้วย Ask ซึ่งสูงกว่า สถานะจึงติดลบเท่ากับสเปรดเช่นกัน

โบรกเกอร์กำลังโกงหรือเปล่า?

การมีราคาสองฝั่งเป็นกลไกปกติของตลาดที่มีผู้ดูแลสภาพคล่อง ไม่ใช่สิ่งที่โบรกเกอร์สร้างขึ้นเฉพาะราย สิ่งที่ควรเปรียบเทียบระหว่างโบรกเกอร์คือสเปรดกว้างแค่ไหนในสภาวะเดียวกัน ไม่ใช่ว่ามีสเปรดหรือไม่

ทำไมบางไม้ติดลบมากกว่าไม้อื่นทั้งที่ขนาดเท่ากัน?

เพราะสเปรดไม่คงที่ มันขยายและหดตามสภาพคล่องและความผันผวนในขณะนั้น เปิดตอนตลาดเงียบกับเปิดตอนข่าวออกจึงได้ตัวเลขเริ่มต้นต่างกัน

ตัวเลขติดลบนี้หายไปเองไหมถ้าถือไว้เฉย ๆ?

มันจะหายเมื่อราคาวิ่งไปในทางที่คุณเปิดไว้มากกว่าสเปรด การถือเฉย ๆ ไม่ได้ทำให้ต้นทุนหายไป และถ้าถือข้ามคืนจะมี swap เพิ่มเข้ามาอีกทางหนึ่ง

คำอธิบายเรื่องราคา Bid/Ask และการคำนวณกำไรขาดทุนของสถานะ อ้างอิงเอกสารการใช้งานแพลตฟอร์ม MetaTrader 5

ที่มา: MetaTrader 5 — Help

อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้อง

  • ภาพประกอบราคาสองฝั่งบนแพลตฟอร์มเทรด

    พื้นฐานทอง XAUUSD

    Bid กับ Ask คืออะไร?

    Bid คือราคาที่คุณ ขายได้ ส่วน Ask คือราคาที่คุณ ซื้อได้ โดย Ask สูงกว่า Bid เสมอ กติกาที่จำง่ายที่สุดคือ คุณได้ราคาที่แย่กว่าในทั้งสองทางเสมอ ตอนเปิดสถานะซื้อใช้ Ask ตอนปิดสถานะซื้อใช้ Bid ความเข้าใจข้อนี้อธิบายทั้งตัวเลขติดลบตอนเปิด และการที่ Stop Loss โดนทั้งที่กราฟยังไม่ถึง

    อ่าน 5 นาที

  • ภาพประกอบเส้นทางของคำสั่ง จากปุ่ม Buy และ Sell บนหน้าจอ ผ่านเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์และผู้ให้สภาพคล่อง ไปจบที่ราคาที่ได้จริงบนกราฟแท่งเทียน

    แก้ปัญหาการเทรด

    Execution คืออะไร?

    Execution คือ ขั้นตอนที่คำสั่งของคุณถูกจับคู่กับราคาจริงในตลาด ระหว่างที่คุณกดกับที่ได้ราคามีหลายอย่างเกิดขึ้น และราคาที่ได้อาจไม่ตรงกับที่เห็นตอนกด ไม่ใช่เพราะระบบผิดพลาด แต่เพราะราคาที่เห็นเป็นราคาล่าสุดที่ส่งมาถึงจอ ไม่ใช่คำมั่นว่าจะได้ราคานั้น

    อ่าน 4 นาที

  • ภาพประกอบส่วนต่างระหว่างราคาที่คาดหวังกับราคาที่ได้จริง

    แก้ปัญหาการเทรด

    Slippage คืออะไร?

    Slippage คือ ส่วนต่างระหว่างราคาที่คุณคาดว่าจะได้ กับราคาที่คำสั่งถูกดำเนินการจริง เกิดขึ้นเมื่อราคาเคลื่อนไหวเร็วหรือสภาพคล่องที่ระดับราคานั้นไม่พอ ทำให้คำสั่งถูกจับคู่ที่ราคาถัดไปที่มีอยู่จริง Slippage เกิดได้ทั้งในทางที่เสียเปรียบและได้เปรียบ

    อ่าน 5 นาที

  • ภาพประกอบส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขาย

    คำนวณต้นทุนและความเสี่ยง

    ทำไม Spread ทองกว้าง?

    Spread คือส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ (Ask) กับราคาขาย (Bid) ซึ่งสะท้อนต้นทุนและความเสี่ยงของผู้เสนอราคา ทองมักมีสเปรดกว้างกว่าคู่เงินหลักเพราะ ราคาผันผวนแรงกว่า สภาพคล่องกระจายตัวมากกว่า และความเสี่ยงของผู้ดูแลสภาพคล่องสูงกว่า สเปรดจะกว้างขึ้นอีกในช่วงข่าวแรง ช่วงตลาดเพิ่งเปิด และช่วงสภาพคล่องบาง

    อ่าน 5 นาที

แหล่งข้อมูล

  1. 1.CME Group — MetalsCME Group · เข้าถึง 9 กันยายน 2569
  2. 2.MetaTrader 5 — HelpMetaQuotes · เข้าถึง 9 กันยายน 2569